วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จุกเสียดแน่นท้อง เรื่องเล็กที่เป็นเรื่องใหญ่


Anti Aging
จุกเสียดแน่นท้อง เรื่องเล็กที่เป็นเรื่องใหญ่

หลายท่านคงเคยเกิดอาการไม่สบายท้อง จุกเสียด รู้สึกแน่นท้องกันมาบ้าง ตำแหน่งที่เกิดอาการคือ ช่วงท้องตอนบนตำแหน่งที่กระเพาะอาหารอยู่ อาการที่เกิดมักจะเป็นๆ หายๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะมีกรดเกินในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารเป็นแผลรวมถึงภาวะกรดย้อนกลับจากกระเพาะอาหารมาที่หลอดอาหาร ทำให้จุกแน่นบริเวณหน้าอกได้ รวมถึงภาวะอาหารไม่ย่อยหรือย่อยลำบาก ซึ่งอาการที่พูดถึงเป็นอาการไม่ใช่เป็นโรค

การรักษาส่วนใหญ่ คือ การให้ยาประเภทลดกรด มักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี หลังจากทานยาอาการก็จะหายไป ซึ่งอาการจุกเสียดแน่นท้องอย่างที่กล่าวพบได้บ่อย และมักจะเป็นๆ หายๆ มีข้อสังเกตว่าอาการจุกแน่นดังกล่าวอาจจะนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ เช่น การมีแผลขนาดใหญ่ในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

อาการที่ควรจะสังเกต คือ

1. ในบุคคลที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไปที่พบอาการจุกเสียด แน่นท้องบ่อยๆ

2. ในบุคคลที่พบว่าน้ำหนักตัวลดลงไปเรื่อยๆ โดยไม่ตั้งใจลด

3. มีปัญหาในการกลืน

4. มีภาวะอาเจียนอย่างรุนแรง

5. ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ

6. รู้สึกหรือคลำก้อนได้บริเวณกระเพาะอาหาร

ถ้ามีสัญญาณอันตรายเหล่านี้เกิดขึ้นหรือมีอาการปวดเรื้อรังทั้งๆ ที่รับประทานยาอยู่ ก็ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจโดยการส่องกล้อง แพทย์จะแนะนำผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป

มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่เกิดอาการ ให้รีบดูแลรักษาตัวเองดังต่อไปนี้

1. รับประทานอาหารมื้อละน้อยๆ เพื่อเป็นการพักกระเพาะอาหาร

2. รับประทานอาหารทานช้าๆ ค่อยๆ เคี้ยว

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดหรือมีรสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม มะเขือเทศ

4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน

5. ถ้ามีความเครียด ควรรีบหาทางขจัดออกไปเพราะความเครียดอาจจะทำให้อาหารไม่ย่อย

6. หยุดสูบบุหรี่หรือสูบให้น้อยลง ไม่ควรสูบทันทีหลังรับประทานอาหาร

7. ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์

8. หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่แน่นเกินไปที่จะไปกดทับบริเวณกระเพาะอาหาร เพราะจะทำให้กรดในกระเพราะอาหารย้อนกลับมาในหลอดอาหารได้

9. ไม่ควรออกกำลังกายทันทีหลังรับประทานอาหารหรืออิ่ม ควรออกกำลังกายก่อนรับประทานอาหารหรือ 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร

10. ไม่ควรนอนราบทันทีหลังรับประทานอาหาร

11. สำหรับอาหารมื้อเย็น หลังจากรับประทานอาหารแล้วควรรอ 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

12. ควรนอนหนุนหมอนสูงประมาณ 6 นิ้ว เพื่อช่วยให้กรดในกระเพาะอาหารไม่ย้อนกลับ

แต่ถ้ามีสัญญาณที่ไม่ดี เช่น อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องไม่หายหรือมีอาการปวดมาก น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ ถ่ายเป็นเลือด ให้สังเกตอาการจุกแน่นยอดอกจะไม่ใช่อาการกรดย้อนขึ้น อาจเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดก็ได้ ถ้ามีอาการจุกแน่นร่วมกับหายใจขัด ปวดร้าวหัวไหล่ซ้าย เหงื่อออก บ่งชี้ว่าอาจมีอาการผิดปกติของหัวใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาทันที

สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

E-mail: infovitallife@bumrungrad.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น